คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านมติคว่ำบาตรอิหร่าน
 การเผยแพร่:2010-06-10 18:12:15   ดูความถี่:0 แหล่ง:CRI

ภายหลังการอภิปรายและการต่อรองเป็นเวลาหลายเดือน วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยจะใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านหนักขึ้น ฝ่ายอิหร่านมีปฏิกิริยารุนแรงต่อการนี้

ในการลงคะแนนเสียงของวันเดียวกัน คณะกรรมการ 12 ประเทศจาก 15 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคง สนับสนุนร่างมติการคว่ำบาตรฉบับใหม่ดังกล่าว ส่วนบราซิลและตุรกีลงคะแนนเสียงคัดค้าน และเลบานอนงดออกเสียง แผนการคว่ำบาตรอิหร่านฉบับใหม่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดย ห้ามอิหร่านเข้าร่วมกิจการลงทุนด้านอาวุธนิวเคลียร์ในต่างประเทศ ห้ามประเทศต่าง ๆ ส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ให้ิหร่าน อาทิ รถถัง เครื่องบินรบและเรือรบ เป็นต้น ห้ามอิหร่านดำเนินการวิจัยทุกชนิดที่เกี่ยวกับผลิตขีปนาวุธนำวิถีที่สามารถบรรจุหัวนิวเคลียร์ได้

นับเป็นมติคว่ำบาตรอิหร่านกรณีปัญหานิวเคลียร์ฉบับที่ 4 ซึ่งผ่านโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหลังจากเดือนธันวาคมปี 2549 เป็นต้นมา ทั้งเป็นมติคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดนับถึงปัจจุบัน หลังผ่านมติดังกล่าว รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมนีร่วมกันประกาศแถลงการณ์ว่า ประชาคมโลกแสดงความกังวลต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ก็จะเปิดประตูการติดต่อกับอิหร่านต่อไป โดย 6 ประเทศดังกล่าวจะใช้ความพยายามในการบรรลุมาตรการแก้ไขที่รอบด้านและถาวรอย่างเป็นจริง เพื่อฟื้นฟูความมั่นใจของประชาคมโลกที่มีต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์ในทางสันติของอิหร่าน ส่วนบราซิลและตุรกีที่ลงคะแนนเสียงคัดค้านได้แสดงความคิดเห็นว่า มติคว่ำบาตรฉบับใหม่ไม่มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาอิหร่าน แต่กลับจะทำให้เกิดผลตรงกันข้าม ทั้งยังเรียกร้องประชาคมโลกในการให้เวลามากขึ้นต่อข้อตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับตุรกีและบราซิล

หลังจากการผ่านมติดังกล่าว ฝ่ายอิหร่านมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรง วันเดียวกัน นายมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด ประธานาธิบดีอิหร่านที่อยู่ระหว่างการเยือนทาจิกิสถานในวันเดียวกันนั้นกล่าวว่า มติดังกล่าวไม่มีความหมายทั้งสิ้นต่ออิหร่าน ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายมาห์มุด อาห์มาดิเนจาดเคยกล่าวเตือนว่า ถ้าหากมีการผ่านมติคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ อิหร่านก็จะหยุดการเจรจาเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ของตน วันเดียวกัน นายมานูเชอร์ มอตตากี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่อยู่ระหว่างการเยือนไอร์แลนด์กล่าวว่า การที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านมติคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่นั้น เป็นการถอยกลับก้าวใหญ่ อิหร่านจะใช้มาตรการรับมือกับกรณีนี้แน่นอน

นักวิเคราะห์เห็นว่า มติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความกังวลของสหประชาชาติที่มีต่อปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่าน และความตั้งใจที่จะรักษาระบบการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ รวมทั้งการไม่เห็นด้วยที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง

ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่า มติคว่ำบาตรรอบใหม่ไม่ใช่การปิดประตูการแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านด้วยวิธีทางการทูต และด้วยความพยายามของจีนกับรัสเซีย ร่างมติคว่ำบาตรจึงมีการเพิ่มเติมสาระบางข้อ อาทิ "ไม่สนับสนุนการใช้กำลังอาวุธหรือการขู่ที่จะใช้กำลังอาวุธ" ตลอดจน "การรักษาสิทธิและภารกิจของเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ" เป็นต้น การคว่ำบาตรจะไม่ส่งผลกระทบที่หนักหนาต่อการใช้ชีวิตของประชาชนอิหร่าน อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศที่ัยังอยู่ในสภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดเดาได้ว่า ก่อนที่จะมีการออกมติคว่ำบาตรฉบับใหม่ การเจรจาเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอาจจะหยุดชงักงันได้ การแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านจะเข้าสู่กระบวนการที่สลับซับซ้อนและลำบากมากยิ่งขึ้น

 

ขอแนะนำให้คุณอ่าน

ช่องแนะนำ

ด้านบน คิดเห็น