ราคาอาหารโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อจีนมาก
 การเผยแพร่:2010-08-12 09:35:23   ดูความถี่:0 แหล่ง:CRI

สถานีวิทยุซีอาร์ไอรายงานว่า ระยะนี้ ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งขึ้นสูงลิบ ทำให้ราคาอาหารในตลาดจีนพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้คนทั้งหลายเป็นห่วงว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดวิกฤตอาหารโลก ต่อการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ราคาอาหารโลกที่พุ่งสูงขึ้นนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคมจีน รัฐบาลจีนต้องใช้มาตรการ เพื่อให้เกษตรกรสามารถคาดการณ์ราคาอาหารในอนาคตได้อย่างถูกต้อง และยับยั้งไม่ให้มีการเก็งกำไรจากการค้าธัญพืช

องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกได้ปรับขึ้น 50% ราคาข้าวสาลีซื้อขายล่วงหน้าในตลาดสหรัฐอเมริกาปรับขึ้น 80% เป็นการขึ้นราคาธัญพืชสูงที่สุดในช่วง 40 ปีมานี้ นายหยวนกังหมิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์ สภาวิทยาศาสตร์สังคมแห่งชาติจีนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า

"การขึ้นราคาอาหารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ ประการแรก หลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอย ราคาน้ำมันปิโตรเลียมในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไป ซึ่งทำให้ต้นทุนในการผลิตธัญพืชสูงขึ้น ประการที่ 2 ทั่วโลกมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมาก หลายพื้นเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร ซึ่งทำให้ราคาธัญพืชปรับตัวสูงขึ้น ประการที่ 3 การปลูกพืชทดแทนพลังงานเพิ่มขึ้นได้แย่งพื้นที่ปลูกธัญพืช ทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น และประการที่ 4 ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน ทำให้มีการเก็งกำไรจากการค้าธัญพืช ซึ่งทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง "

ช่วงใกล้ๆ นี้ ราคาอาหารในตลาดจีนพุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาอาหารในตลาดโลก และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก นายหยวนกังหมิง กล่าวว่า

"การที่ราคาธัญพืชจีนปรับตัวสูงขึ้นนั้น นอกจากมีสาเหตุจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว ยังมีสาเหตุออื่นๆ ได้แก่ ประการแรก ระยะนี้ หลายพื้นที่ของจีนประสบภัยธรรมชาติร้ายแรง ประการที่ 2 เศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วงที่มีสภาพคล่องมาก ดังนั้น เมื่อราคาผลิตผลการเกษตรชนิดอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบให้ราคาธัญพืชปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ประการที่ 3 รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนการพัฒนาการเกษตร โดยได้ปรับขึ้นราคาผลิตผลการเกษตรหลายชนิด ซึ่งรวมทั้งธัญพืชด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานด้วย"

หลายปีมานี้ จีนนำเข้าอาหารไม่มากนัก กล่าวโดยรวมแล้วสามารถรักษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดปรากฏว่า ปีนี้ การนำเข้าธัญญาหารของจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก นายหยวนกังหมิง กล่าวว่า

" มองในระยะกลางและระยะยาว ถ้าต้องการพัฒนาเการเกษตรให้มั่นคง และรักษาประโยชน์ของเกษตรกร รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายส่งเสริมการเกษตรต่อไป ได้แก่ สนับสนุนการปลูกธัญพืช ให้ราคาปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรมีความมั่นคง และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกษตรกรเก็งกำไรจากการค้าธัญพืช นอกจากนี้ ยังต้องอนุรักษ์ที่ดินเพื่อการเพาะปลูก และให้เกษตรกรมีความกระตือรือร้นในการปลูกธัญพืช"

(cai)

 

 

 

 

ขอแนะนำให้คุณอ่าน

ช่องแนะนำ

ด้านบน คิดเห็น