ความสัมพันธ์จีน-ยุโรปเข้าสู่ยุคทอง
 การเผยแพร่:2019-03-20 16:33:35   ดูความถี่:0 แหล่ง:CRI

วันที่ 21 มีนาคม นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนจะเดินทางไปเยือนอิตาลี โมนาโก และฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวว่า การเยือนยุโรปของนายสี จิ้นผิงครั้งนี้ ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จีนย่อมจะถือความสัมพันธ์จีน-ยุโรป เป็นทิศทางสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เขากล่าวว่า การเยือนของนายสี จิ้นผิงครั้งนี้คงจะเป็น “ยุคทอง” ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรปในปีนี้

ก่อนอื่น “ยุคทอง”ของความสัมพันธ์จีน-ยุโรป มาจากบทบาทการนำทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของผู้นำสูงสุดทั้งสองฝ่าย ที่มีต่อความสัมพันธ์ เมื่อ 5 ปีก่อน นายสี จิ้นผิงเคยกล่าวขณะเยือนยุโรปว่า ต้องมองความสัมพันธ์จีน-ยุโรปในมุมมองทางยุทธศาสตร์ ต้องทำให้กำลัง ตลาด และอารยะธรรมสองฝ่ายกลมกลืนกัน และร่วมสร้างสรรค์ความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนจีน-ยุโรปที่มี “สันติภาพ การเติบโต การปฏิรูป และอารยธรรม”

ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ช่วง 5 ปีมานี้ จีน-ยุโรปได้ร่วมกันใช้หลักการให้ความร่วมมือและมีชัยชนะร่วมกัน ได้ผลคืบหน้าที่แข็งแกร่งและมีพลัง มีผลประโยชน์ จุดยืนร่วมกัน และเป้าหมายร่วมกันมากขึ้น

การที่ความสัมพันธ์จีน-ยุโรปเริ่มต้นช่วงไฮไลต์ สาเหตุมาจากจีนและประเทศยุโรป ซึ่งมีระบอบที่ต่างกัน ต่างยืนหยัดส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือมาโดยตลอด แม้ว่าจีนและประเทศยุโรปหลายประเทศมีความแตกต่างกันทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ระบอบสังคม และช่วงการพัฒนา รวมถึงยังเป็นคู่แข่งในตลาดเศรษฐกิจและการค้า แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าความร่วมมือระหว่างกันอย่างมั่นคง ปัจจุบันจีนกับยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกันและกัน ยอดการค้าทวิภาคีในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่า 737,630 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.9% และคิดเป็น 16.2% ยอดการค้าต่างประเทศทั้งหมดของจีน ทั้งนี้สาเหตุมาจากสองฝ่ายล้วนมุ่งไปที่ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยถือเป็นเป้าหมายพื้นฐานของความร่วมมือ

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับยุโรปริเริ่มยุคทอง ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลก และความจำเป็นที่จีนกับยุโรปมีความสามัคคีเพื่อแสดงบทบาทอันเข้มแข็ง ย่างเข้าปี 2019 แล้ว โลกยังคงมีความปั่นป่วน ยุโรปก็ได้รับผลกระทบของนโยบายเอกภาคีนิยม การกีดกันทางการค้า ประชานิยม และการก่อการร้าย ขณะนี้ยุโรปกำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งผู้คนมีความต้องการในด้านความมั่นคงและความเข้มแข็งจากการทูตมหาประเทศ ประธานาธิบดีสีเยือนสามประเทศยุโรปในช่วงต้นปี ไม่เพียงแต่เพื่อส่งเสริมให้ข้อริเริ่ม“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เชื่อมโยงกับสหภาพยุโรปและเติมพลังใหม่แก่การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกอย่างยั่งยืนเท่านั้น หากยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่แก่ประเทศรายทางหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ให้อยู่ด้วยกันอย่างปรองดองและร่วมมือกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยไม่แบ่งประเทศเล็กหรือประเทศใหญ่ (BO/CAI/SUN/LING/PING)


ขอแนะนำให้คุณอ่าน

ช่องแนะนำ

ด้านบน คิดเห็น