บทวิเคราะห์ : รถไฟสหรัฐฯตกราง สะท้อนการถอดเสื้อคลุมสิทธิมนุษยชนของใครกัน
 การเผยแพร่:2023-02-16 19:58:00   ดูความถี่:0 แหล่ง:CMG

\

เมื่อกว่า 10 วันก่อน (3 ก.พ.) ที่รัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เกิดเหตุรถไฟตกรางและทำให้เกิดไฟไหม้ใหญ่ตามมา สื่ออเมริกันรายงานว่า รถไฟบรรทุกสินค้าดังกล่าวบรรทุกสารเคมีภัณฑ์อันตราย 10 ตู้ โดยเป็นสารไวนิลคลอไรด์ 5 ตู้ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดระเบิด ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์

หน่วยงานรับมือฉุกเฉินของท้องถิ่นได้ปล่อยไวนิลคลอไรด์เหล่านี้ลงในร่องที่ขุดไว้และทำการระเบิด ทั้งอพยพชาวบ้านรัศมี 3 กิโลเมตรไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยเป็นการด่วน ถัดไป 3 วัน ทางการท้องถิ่นแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่ากลับไปยังที่บ้านได้แล้ว และว่ารถไฟตกรางดังกล่าวไม่ได้ก่อมลพิษ

ทว่า ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีภาพน่าตื่นตระหนกเผยแพร่บนสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นกลุ่มควันหนาเหมือนดอกเห็ดยักษ์ผุดขึ้นจากพื้นดิน ทำให้รู้ถึงระดับความร้ายแรงของเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีต่อสิ่งแวดล้อม มาตรการรับมือของรัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัทการรถไฟที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทำให้ผู้คนผิดหวัง

ประการแรก ข้อมูลจากบริษัท Norfolk Southern   ซึ่งเป็นต้นสังกัดขบวนรถไฟเกิดเหตุดังกล่าวระบุว่า เคมีภัณฑ์ที่มีพิษบนรถไฟตกรางดังกล่าวนอกจากไวนิลคลอไรด์แล้ว ยังมี 2-บิวทอกซีเอทธานอล (2-Butoxyethanol) , ไอโซออกทิลอะคลีเลต (Isooctyl acrylate), 2-เมทิลโพรพีน (2-methylpropene) ทว่ากระทั่งถึงขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ประกาศปริมาณการปล่อยเคมีภัณฑ์ที่มีพิษดังกล่าว

ประการที่ 2 สื่อสหรัฐฯรายงานข่าวเรื่องนี้แบบมีพิรุธ ช่วงเกิดเหตุรถไฟตกรางวันที่ 3 กุมภาพันธ์ สื่อสหรัฐฯรายงานว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังพยายามตรวจสอบอยู่

จากนั้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น นายพีท บุตติเจจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคมสหรัฐฯ ขณะร่วมงานครั้งหนึ่งได้กล่าวยกย่องโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์รถไฟตกที่รัฐโอไฮโอ อันเป็นเหตุให้เกิดแก๊สพิษรั่วไหล มิน่าที่ชาวอเมริกันหลายคนเสียดสีว่า “น่ามหัศจรรย์จริงๆ ที่สหรัฐฯยังคงดำเนินการอยู่ได้ภายใต้อำนาจรัฐเช่นนี้” (YIM/LING/CAI)


ขอแนะนำให้คุณอ่าน

ช่องแนะนำ

ด้านบน คิดเห็น